Photoelectric Sensor มีกี่แบบ? แตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกแบบไหนดี

โฟโต้อิเล็กทริคเซ็นเซอร์ (Photoelectric Sensor) หรือที่หลายคนเรียกว่า “โฟโต้เซ็นเซอร์” เป็นเซ็นเซอร์ตรวจจับวัตถุที่ได้รับความนิยมอย่างมากในงานอุตสาหกรรม เนื่องจากสามารถตรวจจับวัตถุได้รวดเร็ว ไม่ต้องสัมผัสชิ้นงาน และใช้งานได้หลากหลาย ทั้งในระบบ Conveyor, เครื่องจักรอัตโนมัติ และระบบ Automation

หลายคนที่เริ่มเลือกใช้งานมักมีคำถามว่า Photoelectric Sensor มีกี่แบบ? แต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกเซนเซอร์แบบไหนให้เหมาะกับงานของตนเอง เพราะแม้จะเป็นเซ็นเซอร์ประเภทเดียวกัน แต่หลักการตรวจจับและข้อจำกัดของแต่ละแบบแตกต่างกันพอสมควร

หากต้องการทำความเข้าใจหลักการทำงานเบื้องต้นของโฟโต้อิเล็กทริคเซ็นเซอร์ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในบทความ

“โฟโต้อิเล็กทริคเซ็นเซอร์ คืออะไร? หลักการทำงานและวิธีเลือกใช้งาน”

Photoelectric Sensor หลักๆ มีกี่แบบ?

โดยทั่วไป Photoelectric Sensor สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่

  1. Through-beam Sensor  
  2. Diffuse Sensor 
  3. Retro-reflective Sensor 

แต่ละแบบมีจุดเด่น ข้อจำกัด และเหมาะกับลักษณะงานแตกต่างกัน

1. Through-beam Sensor (ตัวส่งและตัวรับแยกกัน)

Through-beam Sensor เป็นโฟโต้อิเล็กทริคเซ็นเซอร์ที่มี “ตัวส่งแสง” และ “ตัวรับแสง” แยกกันอยู่คนละฝั่ง เมื่อมีวัตถุเคลื่อนที่มาตัดลำแสง เซนเซอร์จะตรวจจับได้ทันที
ข้อดี
• ระยะตรวจจับไกลที่สุด
• ความเสถียรสูง
• ตรวจจับวัตถุสีดำหรือสีเข้มได้ดี
• ได้รับผลกระทบจากสีและพื้นผิววัตถุน้อย
• เหมาะกับงาน Conveyor และงานตรวจจับระยะไกล
ข้อเสีย
• ต้องติดตั้งตัวส่งและตัวรับให้ตรงกัน
• ใช้พื้นที่ติดตั้งมากกว่าเซ็นเซอร์แบบอื่น
เหมาะกับงานประเภทใด?
• ตรวจจับกล่องบนสายพานลำเลียง
• ตรวจจับพาเลท
• ตรวจจับการผ่านเข้า-ออก
• งานตรวจจับที่ต้องการความเสถียรสูง
• งานที่มีฝุ่นหรือสภาพแวดล้อมรบกวน

Through-beam Photoelectric Sensor ตรวจจับชิ้นงานบนสายพานลำเลียง

2. Diffuse Sensor (ตัวส่งและตัวรับอยู่ในตัวเดียวกัน)

Diffuse Sensor เป็นเซ็นเซอร์ที่มีทั้งตัวส่งและตัวรับอยู่ในตัวเดียวกัน โดยอาศัยแสงสะท้อนจากวัตถุกลับมายังตัวเซ็นเซอร์
เป็นโฟโต้เซนเซอร์ที่ได้รับความนิยมมาก เพราะติดตั้งง่าย ไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม
ข้อดี
• ติดตั้งง่าย
• ใช้งานสะดวก
• ไม่ต้องใช้ Reflector
• ราคาประหยัด
• เหมาะกับงานทั่วไป
ข้อเสีย
• สีและพื้นผิววัตถุมีผลต่อการตรวจจับ
• วัตถุสีดำหรือพื้นผิวด้านอาจตรวจจับได้ยาก
• ระยะตรวจจับสั้นกว่า Through-beam
เหมาะกับงานประเภทใด?
• ตรวจจับกล่องสินค้า
• งานนับจำนวนชิ้นงาน
• เครื่องจักรอัตโนมัติทั่วไป
• งานที่ระยะตรวจจับไม่ไกลมาก

Diffuse Photoelectric Sensor ตรวจจับกล่องบนสายพาน

3. Retro-reflective Sensor (ใช้แผ่นสะท้อนแสง)

Retro-reflective Sensor เป็นโฟโต้อิเล็กทริคเซ็นเซอร์ที่ใช้แผ่นสะท้อนแสง (Reflector) ช่วยสะท้อนลำแสงกลับมายังตัวเซ็นเซอร์ ลักษณะการติดตั้งจะง่ายกว่า Through-beam เพราะมีเพียงตัวเซ็นเซอร์ฝั่งเดียว และอีกฝั่งเป็น reflector
ข้อดี
• ติดตั้งง่ายกว่า Through-beam
• ระยะตรวจจับไกลกว่า Diffuse
• ใช้พื้นที่ติดตั้งน้อย
• เหมาะกับงานทั่วไปในโรงงาน
ข้อเสีย
• ต้องใช้ Reflector
• วัตถุสะท้อนแสงบางประเภทอาจมีผลต่อการตรวจจับ
• Reflector อาจสกปรกจากฝุ่นหรือคราบน้ำมัน
เหมาะกับงานประเภทใด?
• Conveyor อุตสาหกรรม
• ตรวจจับขวดแก้ว
• ระบบลำเลียงอัตโนมัติ
• งานที่ต้องการติดตั้งง่ายแต่ยังต้องการระยะตรวจจับค่อนข้างไกล

Retro-reflective Photoelectric Sensor พร้อม reflector บนสายพานลำเลียง

เปรียบเทียบ Photoelectric Sensor แต่ละแบบ

ประเภท
ระยะตรวจจับ
ความเสถียร
ติดตั้ง
ผลกระทบจากสีวัตถุ
Through-beam
สูงมาก
สูงมาก
ปานกลาง
ต่ำ
Diffuse
ต่ำ-ปานกลาง
ปานกลาง
ง่าย
สูง
Retro-reflective
ปานกลาง-สูง
ดี
ง่าย
ปานกลาง

แล้วควรเลือก Photoelectric Sensor แบบไหนดี?

การเลือกเซ็นเซอร์ให้เหมาะกับงาน ควรพิจารณาจากปัจจัยต่อไปนี้

1. ระยะตรวจจับ

หากต้องการตรวจจับระยะไกล ควรเลือก Through-beam Sensor แต่หากเป็นงานระยะใกล้ทั่วไป Diffuse Sensor ก็เพียงพอ

2. สีและพื้นผิวของวัตถุ

หากต้องตรวจจับ:
• วัตถุสีดำ
• พื้นผิวด้าน
• วัตถุสะท้อนแสง
• วัตถุโปร่งใส
ควรเลือกเซนเซอร์ให้เหมาะกับลักษณะชิ้นงาน เพราะสีและพื้นผิวมีผลต่อการสะท้อนแสงโดยตรง

3. พื้นที่ติดตั้ง

หากพื้นที่จำกัด Retro-reflective หรือ Diffuse Sensor อาจเหมาะกว่า Through-beam

4. สภาพแวดล้อม

ในโรงงานที่มี:
• ฝุ่น
• ไอน้ำ
• แสงรบกวน
• คราบน้ำมัน
ควรเลือกโฟโต้เซ็นเซอร์ที่มีความเสถียรสูง และเลือกตำแหน่งติดตั้งที่เหมาะสม

ปัญหาที่พบบ่อยในการใช้งาน Photoelectric Sensor

ตรวจจับวัตถุสีดำไม่ได้
– เกิดจากแสงสะท้อนกลับน้อย โดยเฉพาะ Diffuse Sensor
ตรวจจับวัตถุโปร่งใสยาก
– เช่น ขวด PET หรือฟิล์มใส ควรเลือกเซ็นเซอร์ที่ออกแบบมาสำหรับงาน Transparent Object โดยเฉพาะ
เซ็นเซอร์ทำงานผิดพลาดจากแสงภายนอก
– แสงจากโรงงานหรือแสงอาทิตย์อาจรบกวนการทำงานได้ ควรเลือกตำแหน่งติดตั้งให้เหมาะสม

การใช้งาน Photoelectric Sensor ในโรงงานอุตสาหกรรม

Photoelectric Sensor ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในระบบ Automation และสายการผลิต เช่น
• ตรวจจับกล่องบนสายพาน
• ตรวจจับขวดใส
• นับจำนวนชิ้นงาน
• ตรวจจับตำแหน่งสินค้า
• ตรวจจับพาเลท
• ตรวจจับการผ่านเข้าออก
• ตรวจจับชิ้นงานโลหะ
• ตรวจจับขอบฟิล์มหรือวัสดุแผ่น

ตัวอย่างการใช้งาน Photoelectric Sensor ในโรงงานอุตสาหกรรม

สรุป

Photoelectric Sensor หรือโฟโต้อิเล็กทริคเซ็นเซอร์ มีหลายประเภท โดยแต่ละแบบเหมาะกับลักษณะงานแตกต่างกัน
• Through-beam เหมาะกับงานที่ต้องการความเสถียรและระยะตรวจจับไกล
• Diffuse เหมาะกับงานทั่วไป ติดตั้งง่าย
• Retro-reflective เหมาะกับงานที่ต้องการติดตั้งสะดวกและระยะตรวจจับมากกว่า Diffuse
การเลือกเซ็นเซอร์ให้เหมาะกับลักษณะงาน จะช่วยเพิ่มความแม่นยำ ลดปัญหาการตรวจจับผิดพลาด และช่วยให้ระบบ Automation ทำงานได้เสถียรมากขึ้น

 

FAQ

Photoelectric Sensor กับ Proximity Sensor ต่างกันอย่างไร?
 –  Photoelectric Sensor ใช้แสงในการตรวจจับ ส่วน Proximity Sensor ส่วนใหญ่ใช้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าหรือคลื่นในการตรวจจับโลหะ

เซ็นเซอร์แบบไหนเหมาะกับงาน Conveyor?
 – งาน Conveyor ส่วนใหญ่นิยมใช้ Through-beam หรือ Retro-reflective Sensor เพราะมีความเสถียรสูง

Diffuse Sensor ตรวจจับวัตถุสีดำได้หรือไม่?
 –  ตรวจจับได้ แต่ระยะตรวจจับอาจลดลง เพราะวัตถุสีดำสะท้อนแสงน้อย

ควรเลือกเซนเซอร์แบบ NPN หรือ PNP?
 –  ขึ้นอยู่กับระบบ PLC หรืออุปกรณ์ควบคุมที่ใช้งานร่วมกัน โดยควรตรวจสอบ input specification ของระบบก่อนเลือกใช้งาน

Scroll to Top